Fic KHR: Yume no Hana [ตอนที่ 3]

posted on 11 May 2008 03:53 by neii

อ๊ากกกกกกกกกกก!! กลับมาแล้ววววววว!! TT[]TT
คราวนี้กลับมาพร้อมตอนที่ 3 (มันแต่งฟิกบ้าไรฟะ ดองข้ามเดือน!! =[]=")
แม่ยก 6996 นั่งปูเสื้อรอได้เลยยยย!! >/////<
(ถึงแม้คู่นี้จะโดนมองข้ามไปแล้ว .... แต่เราจะยังนึกถึงเสมอออ!!)

ก่อนที่จะไปเรื่องฟิกก้อมีเรื่องบ่นตามระเบียบ TTwTT
แบบว่ามีเรื่องน่าอับอายโคตรรรร!! ครือว่า ... อินี่ลืมวันเกิดท่านฮิบะ!! =[]="
/me อร๊ากกกกกกกกกกกกกก!! ม๊ายยยยยยยยยยย!!
นี่ตรูปั่นเกมส์จนลืมทุกสิ่งเรยใช่มะนี่!! =[]=" ขอโทษนะคร้าท่านฮิ TT[]TT/
นี่ชั้นลืมไปได้ยังงัย!!

แต่ว่าทรงผมในเกมส์ ECO มีทรงหนึ่งคล้ายโกคุเดระด้วย หึๆๆๆ
ขาดแค่สีที่ไม่เหมือน หึๆๆๆๆ เด่วไปหาสีย้อมมาเหวยยยย!! >[]

และหลังจากกลับมา Exteen อีกรอบก้อคือศัพท์ใหม่ ...
ปู่จี กะ เสงี่ยม สงัด .... สยองอีกคำละกัน -*-"

ปล.ตอนนี้ตามเม้นได้ 70% แล้วเย้!! TT[]TT/

==============================

คำเตือน!!

เนื่องจากว่าเจ้าของ Blog นี้ไซโคคู่ 6996 เหนือสิ่งอื่นใด
และหลงไหนสับปะรดดอกบัวม๊ากมากกกกกก!!! >3<

ดังนั้น ... คนที่เข้ามาอ่านฟิกนี้ต้องทำใจรับคู่นอลมอลให้ได้นะเค้อ!!
มิเช่นนั้นจะอ่านไปแล้วคิดว่านอยายนี้มัน .... น้ำเน่า!! =[]=/

ปล. แอบมีคู่ 1827 ปุพรมให้นิดๆ >3<

และมีคู่ 8059 ไว้พอให้กระชุ่มกระชวยหน่อยๆ 555+

============================

(Katekyo Hitman Reborn  Fiction) 

Yume no Hana
[Flower's Dream]  (ทำไมชื่อเน่าจังฟะ -*-)

pair : 6996,  1827(96) ,8059
rate : Pg13(+หื่น) (<<< เฮ้ย!! =[]=" ม่ายช่ายย!!)

(ไม่อ่าน 2 ตอนนี้ก่อนจะมะรู้เรื่องนะเพราะมานต่อกัน =w=")

Fic KHR: Yume no Hana [ตอนที่ 1]

Fic KHR: Yume no Hana [ตอนที่ 2]

===========================

Chapter 03 : nocturne

"อยู่ที่นี่เองหรือครับ คุณฮิบาริ"

ฮิบาริเหลียวหลังมองเงาดำทอดยาวก่อนเลื่อนสายตาไล่ขึ้นมองเจ้าของเงา ... ร่างแปลกปลอมที่นอกเหนือไปจากเงาต้นไม้ใหญ่ในสวนสาธารณะ

........ ซาวาดะ สึนะโยชิ

"ไม่ต้องตามหาพวกนั้นแล้ว ...." ร่างเพรียวเอ่ยแล้วสาวเท้าก้าวเข้ามาใกล้ ภายใต้แสงจันทร์ยิ่งทำให้เจ้าของนัยย์ตาสีนิลดูน่าสะพรึงกลัวขึ้นไปอีก และยิ่งในตอนนี้แล้วร่างนั้นดูเหมือนจะหงุดหงิดใจยิ่งกว่าตอนที่เจอกันก่อนหน้านี้เสียอีก (เพราะใครฟระ!! =[]=/)
"อ... อ่าว ... ทำไมล่ะครับ" ร่างเล็กขมวดคิ้ว ยืนตัวเกร็ง .... ดวงตาที่จับจ้องมาทางเขาราวกับจะดึงให้เขาจมลงสู่ก้นบึ้งแห่งความมืดที่ไม่อาจถอนตัว(และหัวใจ)ออกมาได้
"ไม่จำเป็นต้องรู้ .... กลับโรงพยาบาลได้แล้ว" ฮิบาริปรายตามองสึนะอย่างออกคำสั่ง 
"อะ ... เอ่อ ... คุณฮิบาริครับ" สึนะจ้องตาฮิบาริอย่างเกรงๆก่อนตัดสินใจพูดบางอย่าง

แต่ทว่า ในตอนที่เขากำลังจะพูดประโยคต่อไปนั้นเอง  ก็มีเงาดำสองร่างโผล่มาจากด้านหลังอย่างกระทันหัน หนึ่งในนั้นจับสึนะล๊อคคอและแขนไว้

"หาเจอจนได้นะพวกแก ... ทำพวกชั้นแสบไว้มากเลยนะนี่"  ชายหนุ่มร่างสูงคำรามใส่ฮิบาริ ท่าทางโกรธเกรี้ยวอย่างเห็นได้ชัด

.... มองจากชุด การกระทำ และท่าทางเถื่อนๆแล้วคงไม่แคล้วว่าจะเป็นอื่นใดไปได้นอกเสียจาก สมุนวินดีเซ่ที่เขาพึ่งกำจัดไป ฮิบาริคิดอย่างเซ็งจิต 

"อย่าเข้ามาจะดีกว่านะ ไม่งั้นเจ้านี่คอหักตายแน่" ชายอีกคนที่จับสึนะล๊อคไว้ขู่ ขณะที่ร่างเพรียวทำท่าจะเดินเข้าหา
"ถ้ายอมให้ชั้นสับแก ชั้นจะปล่อยพวกของแกให้เป็นอิสระ ว่าไง?" ชายคนแรกทำน้ำเสียงยึยวน (แล้วเอ็งจะรู้ว่ากวนทีนกะใคร =[]=")
"คะ ... คุณฮิบาริ" สึนะครางเสียงแผ่วเพราะเริ่มหายใจไม่ออก
"เจ้าพวกขยะ ... ชอบสุมหัวกันนักนะ" ฮิบาริกล่าวราบเรียบ แต่ดวงตาทอประกายวาว ... (ดับแน่พวกเอ็ง!! =[]=") เขาสาวเท้าอย่างช้าๆเข้าไปใกล้โดยไม่ฟังคำขู่ ดวงตาจับจ้องไปที่ร่างเล็ก(ในเงื้อมือมาร?)

.... ถ้าแกลองทำร่างนั้นเจ็บไปมากกว่านั้นอีกนิดเดียวล่ะก็

เด็กหนุ่มขยับทอนฟาในมือทั้งสองข้างให้กระชับแน่นกว่าเดิมก่อนพุ่งเข้าใส่ศัตรูเบื้องหน้า ซัดเจ้าตัวที่ล๊อคคอสึนะไว้กระเด็นไปอีกแถบติดรั้วสวนสาธารณะ และก่อนที่พรรคพวกอีกคนจะทันได้อะไรไปมากกว่าขยับตัว ฮิบาริก็เตะเสยลอยละลิ่วก่อนนาบทอนฟาด้วยความรักอย่างแนบแน่นไปเต็มรัก ..... และเมื่อวอร์เกมส์ครั้งสุดท้ายจบลง จุดจบของผู้พ่ายแพ้คือความตาย (เฮ้ย!! ม่ายช่ายยยย!! =[]=")

"คะ ... คุณฮิบาริ ขอบคุณมากครับ" สึนะที่หลุดออกมาได้ทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง พลางมองไปยังร่างไร้สติที่มีริ้วรอยน่าสยอง(ว่าไม่น่าจะรอดไปถึงโรงพยาบาลชัวร์)
"ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?" ฮิบาริเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าพลางเอื้อมมือฉุดแขนสึนะให้ลุกขึ้น
"มะ ... ไม่ครับ!!" ร่างเล็กเงยหน้ามองร่างเพรียวก่อนส่ายหัวดิกเหมือนลูกหมาสะบัดน้ำ
"หึ ..." ฮิบาริยิ้มมุมปากกับท่าทางน่าเอ็นดูเมื่อครู่ เขาค่อยๆปล่อยแขนฝ่ายตรงข้ามออก
"... ง่า?" สึนะมองฮิบาริที่ยิ้มมุมปากอย่างงงๆ  กว่าจะตั้งสติได้ก็หลายวินาทีอยู่เหมือนกัน เขามีเรื่องจะต้องสารภาพกับคนๆนี้นี่นา

.... สิ่งที่อยากจะบอก
.... คำที่อยากจะกล่าว
.... ประโยคที่อยากจะเอ่ย

"คือว่า ... ผม เอ่อ ... คือว่า ...." ร่างเล็กอ้ำๆอึ้งๆ
".... อยากจะพูดอะไรก็พูดมา"
"คือ ... ผม ... ผมอยากจะรู้น่ะครับ"
"รู้? เรื่องอะไร ...."
"..... ค ... คุณฮิบาริมีสิ่งสำคัญบ้างไหมครับ?" สึนะตัดสินใจถาม  ฮิบาริเงียบไปชั่วครู่ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

"..... ชั้นไม่มีสิ่งสำคัญที่ไหนให้เป็นตัวถ่วงหรอกนะ  แต่ว่า ... สิ่งที่ชั้นอยากจะรักษา  คนที่ชั้นอยากจะปกป้อง ก็มีอยู่ไม่ใช่น้อย" ร่างเพรียวสูงมองตรงมายังร่างเล็กด้วยสายตาที่ไม่อาจประเมิณความรู้สึกได้

ถึงจะดูเหมือนคำพูดเหล่านั้นขัดแย้งกันเอง
แต่ทว่าก็ตอบคำถามได้ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดสวยหรูใดๆ

"คุณฮิบาริ ...." สึนะมองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อหู

... จะเป็นไปได้หรือที่คนๆนี้มีสิ่งที่ตัวเองอยากจะปกป้อง 
... จะเป็นไปได้หรือว่าคนๆนี้ก็มีสิ่งที่ตัวเองอยากรักษาไว้
... และจะเป็นไปได้หรือเปล่านะ ที่สิ่งเหล่านั้นที่คนๆนั้นกล่าวมา ... จะเป็นเขา ...

"ไปได้แล้วล่ะ .... โคลมรออยู่" ฮิบาริกล่าวเงียบๆตัดบทสนทนาแล้วออกเดินนำ พาร่างเพรียวผ่านออกไปจากสวนสาธารณะ สึนะผงกหัวให้แล้ววิ่งเหยาะๆตามออกไป

... คงไม่ใช่แล้วล่ะ สิ่งที่คนๆนี้อยากปกป้อง
... สิ่งที่คนๆนี้อยากจะรักษา
... อาจจะเป็นคนบางคน คนที่เขารู้อยู่แก่ใจตั้งแต่แรกแล้วมากกว่า
... เธอคนที่เป็นเหมือนแสงสว่างให้ใครบางคน ... ที่ไม่ใช่เขา

หัวใจสึนะแทบฉีกออกเป็นชิ้นๆ  ร่างเล็กน้ำตาคลอด้วยหัวใจที่แทบแตกสลาย เขาตามหลังฮิบาริไปด้วยความรู้สึกปวดร้าว

 ~ เมฆาบนฟากฟ้า คงไม่เข้าใจนภากว้างว่าเจ็บปวดเพียงไร ในตอนที่มันลอยผ่านไปอย่างเฉยเมย ~

===========================

ร่างสูงของใครบางคนที่ซุ่มเฝ้ามองจากทางเดินด้านหลังสวนสาธารณะในมุมอับก้าวออกมาพร้อมกับร่างเพรียวบางผมสีเงินสะท้อนแสงเดียวกับสีของดวงจันทร์และกลุ่มดาว  ในตอนนี้เหลือเพียงเสียงลมหวีดหวิวแผ่วบางกับเสียงใบไม้แห้งขณะลอยละลิ่วจากต้นลงบนพื้นในยามที่สายลมพัดผ่านเป็นระลอก มีแต่ความเงียบสงัดรอบทิศทาง ทั้งสองร่างมองตามเงาที่จากไปด้วยสายตาเป็นห่วง

"เพิ่งจะเคยเห็นสึนะทำหน้าราวกับจะตายให้ได้ ก็คราวนี้ล่ะนะ" ยามาโมโตะหันมากล่าวกับโกคุเทระ ใบหน้าเศร้าสร้อย
"คงจะเจ็บปวดมากเลยล่ะ ... และจะยิ่งเจ็บปวดไปมากกว่านี้อีก ... " โกคุเทระส่ายหัวช้าๆ พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะสิ้นหวัง
"แต่เค้าก็ตัดสินใจเลือกแล้วไม่ใช่หรือไง"
"........ มันก็ใช่ แต่ว่าชั้น ... ชั้น ไม่ต้องการเห็นคนๆนั้นเจ็บปวดหรือเสียใจอีกแล้ว แม้แต่ซักวินาทีเดียว!!" โกคุเทระขึ้นเสียง
"นี่ .... โกคุเทระ"
"อะไร!!"
"เราต้องเคารพการตัดสินใจของสึนะ ... และนี่ก็เป็นปัญหาส่วนตัวของเค้า"
"แต่ว่าชั้น!! ......."
"จะบอกว่าเป็นมือขวาหรือไง .... แต่ถึงยังไง คนเราก็มีหัวใจคนละดวงกัน ทั้งนายและสึนะ ..."
"อึ่ก ... ต .. แต่ว่า ..."
"ถ้านี่เป็นสิ่งที่เค้าตัดสินใจแล้ว ....เราคงทำได้แค่เฝ้าดู" ยามาโมโตะเงยหน้าขึ้นมองดวงดาวจุดเล็กจุดน้อยส่องประกายพร่างพรายเต็มท้องฟ้าพอๆกับแสงจันทร์สีเงินที่ทอแสงส่องสว่างทั่วฟากฟ้า ราวกับจะปัดเป่าความมืดมิดออกไปจากค่ำคืนอันหนาวเหน็บแล้วยาวนานนี้ .....

..... แต่ความมืดและความหนาวเหน็บที่ซุกซ่อนอยู่ในหัวใจคน ....
คงไม่มีทางจางหายไปได้ง่ายเหมือนความมืดยามราตรีที่ถูกเหล่าดวงดาวและจันทราช่วยกันทอแสงปัดป้อง

============================

ร่างเล็กบอบบางกระพริบตาถี่ๆ แสงสว่างจากโคมไฟเพดานเจิดจ้าเกินไป กว่าจะปรับความคุ้ยเคยกับสถานที่แปลกตาตรงนี้ก็กินเวลาไม่ใช่น้อย
...... เครื่องช่วยหายใจ? สายน้ำเกลือ? เสียงสัญญาณชีวิตกับจอมอนิเตอร์?
เพียงแค่ไม่กี่นาที ร่างบางก็รับรู้ได้อย่างรวดเร็วว่าเกิดอะไรขึ้น โคลมค่อยๆยกมือขึ้นอย่างยากลำบาก ความเจ็บปวดถึงจะมลายสลายไปแล้วบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เด็กสาวหลับตารื้อฟื้นความทรงจำก่อนหน้านี้
...... หลังจากแยกกับเคนและจิคุสะ เธอก็ดันไปเจอสมุนของวินดีเซ่  แล้วหลังจากนั้น ......

แกร๊ก!?! (เสียงเปิดประตูห้องดังแผ่วเบาอย่างรู้มารยาท) โคลมเหลือบมองบุคคลที่กำลังก้าวเข้ามาในห้อง แล้วก็ยิ่งแปลกใจระคนดีใจเมื่อเห็นว่าร่างที่ก้าวเข้ามานั้นเป็นใคร

"เอ๋!?! โคลม!! รู้สึกตัวแล้วเหรอ!!" สึนะร้องเสียงหลง ทะยานมาเกาะอยู่ข้างเตียงคนไข้ เด็กสาวยิ้มดีใจทั้งน้ำตา
"ขอบคุณมากนะคะ....บอส" โคลมกล่าวขอบคุณเหมือนรู้ว่าคนๆนี้แหล่ะ ที่เป็นคนช่วยชีวิตเธอไว้
"อะ ... เอ่อ ... คนที่พาโคลมส่งโรงพยาบาล ไม่ใช่ผมหรอก ....." สึนะหลบตาเสียงเศร้า
" ..... แล้วใครหรือคะ?"
"ชั้นเอง ..." ฮิบาริก้าวเท้าเข้ามาในห้อง ตอบเสียงเฉยเมย "แต่คนที่เจอเธอคือเจ้านั่นนะ" หลังจากพูดจบเจ้าของร่างสะพรึงก็นั่งฟุ่บลงที่โซฟา
"ขอบคุณนะคะ คุณฮิบาริ .... แล้วก็บอสด้วยนะคะ" โคลมกล่าวขอบคุณเสียงแผ่วผ่านเครื่องช่วยหายใจ เธอทั้งตื้นตัน ทั้งดีใจและรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ

สึนะส่ายหัวบอกไม่เป็นไร เพราะในตอนนั้นต่อให้เป็นคนใจแข็งแค่ไหนคงไม่อาจปล่อยผ่านเลยให้เธอตายอยู่ตรงนั้นได้แน่ๆ

"ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ ..." ฮิบาริพูดพลางขยับตัวลุกขึ้นเดินมายังเตียงคนไข้ "เดี๋ยวจะเรียกหมอมาดูอาการให้อีกรอบ"

...... เข้มแข็งไม่ใช่เล่นนะนี่ ทั้งที่เป็นสิ่งมีชีวิตบอบบางอ่อนแอแท้ๆ .......

สายตาเย็นชาที่มองมาแฝงความอบอุ่นอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ (ว่าจะเป็นสายตาจากคนๆเดียวกันที่เพิ่งขย้ำศัตรูซะดับเดี้ยงไปเมื่อหลายนาทีที่แล้ว =w=") แต่พลันได้เห็นหน้าโคลมชัดๆ ก็นึกถึงคำพูดของ มุคุโร่

..... ไม่มีค่าเพราะไม่สามารถตีราคาได้
..... ไม่มีความหมายเพราะเป็นยิ่งกว่าสิ่งสำคัญ

"หึ ... ไม่รู้ว่าทำไม แกถึงได้หวงแหนคนนี้มากขนาดนี้ แต่ชั้นจะช่วยให้เอาบุญละกัน .... จะดูแลให้" ฮิบาริพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่ทว่าร่างเล็กที่ยืนอยู่ใกล้ๆกลับได้ยินชัดเต็มสองหู
"เอ่อ .... งั้นผมไปตามหมอให้นะครับ ..." สึนะอาสาออกตัวก่อนถอยออกจากห้องด้วยหัวใจที่ร้าวรานราวกับว่าเขาเป็นส่วนเกินของทั้งสองคน

..... จะดูแลให้

คุณฮิบาริอาสาดูแลโคลมให้มุคุโร่ ..... เขาคิดซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้จบ ขณะที่เดินไปตามทางเดินในโรงพยาบาล

แสงจันทร์ส่องทะลุหน้าต่างแต่ละบาน สาดแสงนวลอบอุ่น
แต่ ... หัวใจของใครบางคนที่เฝ้ามองจากตรงนี้ กลับเย็นเฉียบและมืดมิดยิ่งกว่าราตรีที่ไร้ดาว

..... ถึงจะบอกว่าทำใจได้ หากคนๆนั้นรักใคร
..... ถึงจะบอกว่าทำใจได้ หากต้องเห็นคนๆนั้นอยู่กับคนที่เขารัก
แต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆ .... การกล้ำกลืนความเจ็บปวดทั้งหมดไว้เพียงลำพัง .... กลับยิ่งทำให้ทรมาณ

"คุณฮิบาริคะ ...." เด็กสาวทักขึ้นหลังจากที่สึนะผลุนผลันออกไปได้สักพัก
"หืม?"
"ความจริงกดปุ่มเรียก ตรงข้างเตียงเอาก็ได้ไม่ใช่หรือคะ?"
"..... ช่างเถอะ ไม่ทันแล้วล่ะ"
"แล้วนี่กี่ทุ่มแล้วล่ะคะ?" ดวงตาสีม่วงครามจ้องเป๋งจนอีกฝ่ายรู้สึกแปลกใจ
"จะตี 3 แล้ว..."
"แล้วเคนกับจิคุสะล่ะคะ?"
"เจอแล้วล่ะ .... อีกไม่นาน ..."
"ยังงั้นหรอคะ" เด็กสาวถอนหายใจอย่างโล่งอก

..... ห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเอง .... ทำไมคนรอบข้างเขาทั้งหมดถึงเป็นอย่างนี้นะ

"ไม่ต้องห่วงหรอก ..."
"แต่ว่า ... คุณฮิบาริรู้ที่อยู่ของทั้งสองคนได้อย่างไรเหรอคะ?"
"ไม่เชิง .... ก็แค่ ...." ฮิบาริจะตั้งใจพูดว่า (แค่คนสำคัญของเธอฝากบอกมา) แต่เขาก็ไม่สามารถเอ่ยออกมาได้

.... ทำไมกันนะ ความรู้สึกหงุดหงิดที่พลุ่งพล่านอยู่ นี่มันคืออะไรกัน

"ถ้าบอกไม่ได้ก็ไม่เป็นไรค่ะ" โคลมยิ้มน้อยๆให้อย่างเข้าใจ
"เธอนี่นะ ... จะอ่อนแอก็อ่อนแอ ... จะเข้มแข็งก้อเข้มแข็ง ... ชั้นไม่เข้าใจจริงๆ" ท่ามกลางความสับสนฮิบาริค่อยๆเผยความในใจออกมาทีละนิด
"ใช่ค่ะ .... ชั้นยังอ่อนแอ และเป็นภาระให้กับทุกคน ..... แต่ว่า  ชั้นจะเข้มแข็งขึ้น  เพื่อคนๆนั้น!!"

ฮิบาริมองโคลม     ... น่าทึ่ง
การที่คิดทำอะไรเพื่อใครบางคน มันทำให้เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้เข้มแข็งได้ถึงขนาดนี้เลยงั้นหรือ ...

"แล้วก็  เพื่อคนที่ห่วงใยชั้นด้วยค่ะ ...." เด็กสาวค่อยๆหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน ไม่รู้ว่าคนข้างๆจะเข้าใจความหมายของคำพูดนี้หรือปล่าวนะ

ถึงจะไม่ใช่คนสำคัญที่สุด แต่อย่างน้อยทั้งคนตรงหน้าคนนี้ ทั้งบอส ทั้งเคน จิคุสะ และทุกๆคนรอบกายชั้นคือคนที่สำคัญที่ไม่มีใครสามารถทดแทนได้

ร่างเพรียวเห็นเด็กสาวเริ่มเหนื่อยจากการสนทนาจึงนิ่งเงียบและถอยกลับไปนั่งที่โซฟาอย่างเงียบกริบโดยไม่ละสายตาไปจากร่างบอบบางเบื้องหน้า เสียงหายใจแผ่วเบาตามจังหวะบ่งบอกให้รู้ว่าเด็กสาวเริ่มหลับสนิทแล้ว

มีคำถามที่อยากจะถามอีกมากมาย แต่ดูท่าคงต้องเก็บไว้ถามวันหลัง

.... แปลกนะ  ทำไมเขาถึงสนใจเรื่องของเธอคนนี้ขนาดนี้?
มันคล้ายกับตอนที่สนใจเรื่องของเจ้าหนู (รีบอร์น) นั่นหรือเปล่า? ...... ไม่ใช่ ...... ความรู้สึกลึกๆของฮิบาริปฏิเศษฉับพลัน

แกร๊ก!?!  เสียงเปิดประตูห้องดึงความสนใจ  ฮิบาริมองบานประตูที่ค่อยๆเปิดออก

"เอ่อ .... หมอมาแล้วนะครับคุณฮิบาริ" สึนะชะโงกหน้าบอก
"อืม ..." (แล้วทำไมเจ้าสัตว์กินพืชนั่นถึงไม่เข้ามาบอกดีๆนะ มัวทำลับๆล่อๆ น่าโดนทอนฟาเสยให้เปลี่ยนนิสัยสักที)
"งั้น .... งั้นวันนี้ผมขอตัวก่อนนะครับ" สึนะรีบปลีกตัวลาอย่างรวดเร็ว เขาไม่อยากให้คนตรงหน้าจับความรู้สึกของเขาได้ .... แต่ท่าคงช้าไป
"เสียงแปลกไปนะ ...." ฮิบาริทัก
"เอ่อ ... คือว่าผม ...." จริงๆด้วย ... การที่จะซ่อนความรู้สึกไม่ให้คนๆนี้รับรู้แทบไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลย แต่ถ้าหากเขาหลุกปากบอกความรู้สึกที่แท้จริงของเขาออกมา ทุกสิ่งทุกอย่างคงไม่กลับไปเป็นอย่างเดิมแน่ๆ
"..... ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่รู้สึกไม่ค่อยสบาย กลับไปพักหน่อยคงหายครับ"
"กลับเองได้ใช่ไหม?"
"ค .... ครับ"
"ขากลับระวังตัวด้วยล่ะ"

ไม่รู้ว่าเป็นคำพูดที่พูดออกมาโดยไม่คิดอะไร รึว่าเป็นแค่ความห่วงใยสงสารคนอ่อนแอคนหนึ่งที่เอาแต่สร้างภาระ แต่จะอะไรก็ช่าง .... เพียงแค่คำพูดคำเดียวนี้ ก็ทำให้เขาทั้งเจ็บปวดและดีใจไปในคราวเดียวกัน

"ผมไปก่อนนะครับ"

ฮิบาริสะกิดใจกับน้ำเสียงเศร้าสร้อยแต่ก็ไม่คิดอะไรมาก

"คนไข้ฟื้นแล้วหรือครับ?" หมอในชุดกาว์นสีขาวเดินสวนสึนะเข้ามาให้ห้องด้วยท่าทางสำรวม ยิ้มเป็นมิตรให้ฮิบาริแล้วเดินไปยังเตียงคนไข้
"แต่ก็หลับไปแล้วล่ะ"
"น่าแปลกนะครับ .... ทั้งที่ตอนแรกอาการหนักขนาดนั้น แต่แค่ไม่กี่ชั่วโมงกลับดีขึ้นอย่างน่าประหลาด" หมอยังคงพูดต่อเนื่องขณะที่ตรวจเครื่องมืออุปกรณ์และสังเกตุสัญญาณชีพจร
"..... เฮอะ ...." ฮิบาริรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นทันที เพราะรู้ว่าใครเป็นตัวการเยียวยารักษาแผลทั้งกายและใจให้โคลม
"ถ้าอย่างนั้น อีกไม่กี่วันก็คงจะออกจากโรงพยาบาลได้แล้วล่ะครับ"
"งั้นรึ"
"งั้นหมอขอตัวก่อนนะครับ"

เงียบสงัด .... ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบสงบกลับสู่สภาวะปกติในยามราตรีค่ำคืน ฮิบารินั่งสะกดอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายใน  "นี่คือสิ่งที่แกวางแผนไว้ด้วยงั้นรึ .... มุคุโร่"

==========================

อีกฝากฝั่งของความฝัน ร่างบอบบางในชุดคนไข้นั่งพิงต้นซากุระเพียงลำพัง ต้นซากุระสูงใหญ่ออกดอกสีชมพูบานสะพรั่งเต็มต้น เด็กสาวเงยหน้ามองกลีบดอกที่ค่อยๆร่วงหล่นอย่างช้าๆ ดวงตาสีม่วงครามมองกลีบเหล่านั้นด้วยแววตาอ่อนโยน

"สวยดีนะครับ" ร่างสูงปรากฏขึ้นอย่างกระทันหันเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ
"ค่ะ" โคลมตอบโดยไม่มองคู่สนทนาเพราะรู้อยู่ตั้งแต่แรกแล้วว่าคนๆนั้นคือใคร ดวงตายังคงจับจ้องอยู่กับภาพเบื้องบน
"สีเหมือนริมฝีปากโคลมเลยนะครับ ชมพูจาง ว่าไหม?" รอยยิ้มอบอุ่นฉายอยู่บนใบหน้ามุคุโร่
"คิก คิก .... ไม่หรอกค่ะ โคลมว่า ... พอเห็นซากุระแล้วนึกถึงใครบางคนมากกว่า" โคลมหัวเราะคิก
"ดีจังที่โคลมยังร่าเริงอยู่" ดวงตาสองสีมองร่างบางข้างๆด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าห่วงใยคนๆนี้มากมายเหลือจะกล่าว "แต่ว่า ... นึกถึงใครหรือครับ?" มุคุโร่นึกสงสัย
"เอ ..... คนที่แพ้ดอกซากุระแล้วเหมือนจะเมาน่ะค่ะ" โคลมสบตามุคุโร่แล้วเอียงคอด้วยความแปลกใจ ที่ไม่ยักนึกออกว่าเป็นใคร
"มีคนแบบนั้นด้วยหรือครับ?"
"มีสิคะ  คนนั้นมีสัตว์เลี้ยงที่เป็นเม่นด้วย" เด็กสาวยืนยัน
"คึหึหึ  มีคนประหลาดที่ชอบเม่นด้วยหรือครับเนี่ย" มุคุโร่หลุดหัวเราะ
"แต่แปลกจัง  โคลมนึกไม่ออก" ร่างน้อยๆพยายามครุ่นคิด
"เดจาวูละมั้งครับ  คึหึหึ"
"แต่โคลมเชื่อว่า  ท่านมุคุโร่ต้องเคยเจอคนๆนั้นมาแล้วค่ะ"
"เอ .... งั้นเหรอครับ" มุคุโร่พอเห็นท่าทางจริงจังของเด็กสาวก้พยายามนึกตาม แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก
"ท่านมุคุโร่ชอบนกฮูกหรือเปล่าคะ?" จู่ๆเด็กสาวก็เปลี่ยนประเด็น
"เฉยๆน่ะครับ .... แล้วนึกยังไงถึงถามล่ะ"
"ปล่าวหรอกค่ะ  แค่ตอนกลางคืนที่โรงพยาบาล โคลมได้ยินเสียงเหมือนนกฮูกร้อง"
"กลัวหรือเปล่าครับ?"
"ไม่หรอกค่ะ .... ยังห่างไกลจากสิ่งที่โคลมกลัวมากที่สุดอยู่"
"แล้วอะไรคือสิ่งที่โคลมกลัวมากที่สุดล่ะครับ"

เด็กสาวนิ่งไปชั่วอึดใจก่อนตอบ

"....... การมีชีวิตอยู่เพียงลำพัง"

ถ้าถามคำถามเดียวกันนี้กับผม คำตอบคงเหมือนกัน มุคุโร่ยกมือขึ้นลูบหัวโคลม
"ไม่ได้อยู่เพียงลำพังแล้วนะครับ โคลมยังคงมีเคน จิคุสะ แล้วก็ผม"

"ท่านมุคุโร่" เด็กสาวสบตาสองสีฝ่ายตรงข้าม สิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือการที่ต้องอยู่เพียงลำพังก็จริงอยู่ แต่ว่า .... สิ่งที่กลัวมากกว่านั้น คือการสูญเสียบุคคลที่ชื่อ โรคุโด้ มุคุโร่ ไป

ไม่ใช่เพราะกลัวว่า สูญเสียผู้สร้างภาพมายาที่ทำให้เธอมีชีวิตอยู่ในตอนนี้ไปหรอก
แต่ .... เป็นเพราะคนๆนี้คือคนสำคัญของเธอต่างหาก
คนสำคัญ  ที่เธอปรารถนาให้มีความสุขยิ่งกว่าตัวเธอเอง

รู้หรือเปล่าครับโคลม  ในตอนแรกที่ผมหนีออกมาจากศูนย์วิจัยพร้อมกับเคนและจิคุสะ ผมก้คิดว่าแค่มีเพียงสองคนนี้ที่เข้าใจและยอมรับผมก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีใครอื่นอีก บนโลกใบนี้ล้วนแต่น่าทำลายทุกสิ่งให้สิ้น .....

แต่พอได้พบคุณ  ผมจึงรู้ว่า  ไม่ใช่ทุกสิ่งที่ต้องทำลาย
และหลังจากได้รู้จักคุณ  ผมจึงรู้ว่า  การที่มีสิ่งสำคัญนั้นเป็นอย่างไร
และได้รู้่ว่า .... หากต้องสูญเสียสิ่งสำคัญนั้นไป โดยไม่สามารถปกป้องไว้ได้ จะเจ็บปวดเพียงใด

ถึงใครๆจะเข้าใจว่า คุณคือ "หุ่นเชิด" ของผม
ถึงใครๆจะบอกว่า คุณคือ  "เครื่องมือ" ของผม
ถึงใครๆจะพูดว่า คุณคือ  "ตัวแทน" ของผม
ไม่ว่าคุณจะเป็นแบบไหน หุ่นเชิด เครื่องมือ หรือตัวแทน
คุณก็คือส่วนหนึ่งของหัวใจและจิตวิญญาณของผม

ขอโทษนะครับที่ผมเป็นคนเห็นแก่ตัวแบบนี้  แต่อยากให้คุณรู้ว่า

 ..... ผมจะไม่ปล่อยให้คุณหลุดมือไปเด็จขาด

นับจากวันแรกที่พบคุณจนถึงวันนี้ และอนาคตข้างหน้าจากนี้จนชั่วนิรันดร์ .....

"เป็นอะไรหรือปล่าวคะ ท่านมุคุโร่?" โคลมกล่าวอย่างห่วงใย จู่ๆฝ่ายตรงข้ามเอาแต่นิ่งเงียบมองเธออยู่นานสองนาน
"คึหึหึ   ไม่มีอะไรหรอกครับ" มุคุโร่หัวเราะ เขาเองอยากจะกล่าวประโยคเมื่อกี้ทั้งหมดออกไป แต่ว่า .... จะเห็นแก่ตัวเกินไปหรือปล่าวนะ?
"โคลมเห็นท่านมุคุโร่เอาแต่นิ่งเงียบเลยตกใจน่ะค่ะ ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า แต่ถ้าไม่มีอะไรโคลมก็โล่งอก" เด็กสาวกล่าวพร้อมกับยิ้ม

"โคลมครับ ...." มุคุโร่หยุดหัวเราะ สีหน้าจริงจัง
"คะ?"
"ผมมีเรื่องจะขอร้อง ...."
"เรื่องอะไรหรือคะ ถ้าเป็นสิ่งที่โคลมทำได้ล่ะก็ ...."
"..... ผมขอนอนหนุนตักได้ไหม?"
(Neii : ซีนนี้ตรูจะโดนใครยำตรีนไหมหว่า -*-" /me ปาดเหงื่อ)

โคลมนิ่งไปนิด (อึ้ง ... แน่ล่ะซี่!! มาขอสาวน้อยใสซื่องี้ได้งายยย >////< นี่เอ็งจิ้นไปถึงดาวไหนฟระ!! =[]=") ก่อนตอบ
"..... ได้สิคะ" เด็กสาวหน้าแดงระเรื่อ ยิ้มเขิล์นอาย
มุคุโร่ขยับตัวเอียงลงนอนตักโคลม ประสานมือบนหน้าตัก ตาสองสีมองเด็กสาวแววตาอบอุ่น
"ขอบคุณนะครับ ..." เขายิ้มแล้วหลับตาลง "ขออยู่อย่างนี้ซักพักหนึ่งนะครับ ...."
ไม่มีคำตอบจากโคลมมีเพียงรอยยิ้มน้อยๆบนใบหน้า

กลีบซากุระโปรยปรายลงมาราวกับหิมะหลงฤดู ....

โคลมที่รักของผม .... ถ้าหากเป็นได้ล่ะก็ .... หากว่าวันหนึ่งในอนาคตข้างหน้า
วันที่ผมถูกปลดปล่อยจากก้นบึ้งนรกที่พันธนาการนั่นแล้ว ..... หากวันนั้นมาถึง ....
.... ผมจะขอกอดคุณซักครั้งในโลกแห่งความเป็นจริงที่ไม่ใช่โลกแห่งมายาและภาพลวงตานี้ .....

จนกว่าจะถึงวันนั้น "จงมีชีวิตอยู่นะครับ แม้ว่าต้องเหยียบย่ำหรือข้ามศพใครๆ"

=================================

จบตอนที่ 3 แล้วเหวยยยยยยยยย!! TT[]TT

อ๊ากกก ได้กลิ่นเน่า และได้ลางว่าฮิบะอกหักดังเป๊าะ!! XD
แต่ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้ามีปาปริก้านี่เนอะ (เกี่ยวกันมะฟะเนี่ย!! =[]=")

ตอนที่ 4 ก้อแต่งแล้วแต่ยังมะจบ (อีกตามเคย -*-)
แต่ว่าตอนที่ 5 กะ 6 ดันแต่งไว้จบแล้ว!! (เอ๊ะ!! ยังงัยของมัน =[]=")

แต่ช่างเหอะ จั่วหัวไว้แล้วนี่นาว่า 6996 มะช่าย 1896 ซะหน่อย >3<
ฮิบะเอ้ยยย ไว้รอบหน้านะท่าน กร๊ากกก!! XD

อันนี้กลับมาพิมพ์ปั่นที่บ้านสุดชีวี!! พิมพ์ผิดเยอะโคตรรรร!!
แถมเนื้อเรื่องมะแน่ใจว่าผิดช่วงเวลาหรือเปล่าเพราะไม่ได้อ่านของเก่าก่อนแต่งต่อ
 ... มันเอาตอนที่ 3 นี้ไปแต่งด้วยมือสดๆที่ทำงาน
ช่างสามารถเนอะ (ไม่โดนเจ้านายไล่ออกก้อบุญโขแล้ว!! =[]=")

ยังงัยก้อตอนที่ 4 จะตามมาติดๆนะคะ คาดว่าเดือนนี้แลเพราะดองนานไปและรู้สึกว่ามันจะเน่า -*-

edit @ 17 May 2008 21:56:18 by [=NEII=] : 1 ในผู้สนับสนุนให้ 6996 คู่กันอย่างเป็นทางการ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ๊ะ เจอบล๊อกรีบอร์นอีก 1

เเต่ 6996 เหรอออ ??

น่าร๊ากก ดีเหมือนกัน

#1 By ★ M Y O ★ on 2008-05-11 08:12

วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!
คิดถึงจังเลยคะ ...ขอกอดที *โดนตรบ

มุคุหนุนตักกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!
\TTwTT/ 6996 บันไซซซซซซซซซซ!!! >////<
โฮ้กกกก 6996บันซายยย!!!
ชิๆ อุส่าเชีย1869(ฮา)
ชอบตรงที่บอกว่าเป็นตัวแทนและหุ่นเชิด
หึหึหึหึหึ
หนีไม่พ้นจริงๆนู๋โครม
โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยย

รัก 6996 เจ้าค่า~~~~~

สนับสนุนเต็มที่ ต่อเร็วด่วนจี๋เลยค่า
กร๊ากกก ท่านเนอิลืวันเกิดท่นฮิ...ได้ง๊ายยย 5555+
ทำใจอ่านไม่ดั้ย...orz ไม่นิยม6996 ขอผ่านละกัน
/ me กระโดดกอดเจ๊เน ในที่สุดพี่สาวก็กลับมาแล้ววววววว +O+

อย่าไปติด ECO นักล่ะค่ะ มาปั่นฟิคต่อดีกว่า 555+
.
.
.
อร๊ายยยยยยยยยยยยย พี่สาววววววววววว ปิ่นจะเอา 1896 ด้วย อร๊ากกกกกกกกก~!!! *ล้มโต๊ะ*

/me โดนเจ๊เนถีบข้างฝา ได้ข่าวว่านี้มันฟิค 6996 นะเว้ย = ="

มุคุขอหนุนตักโคลม!? โฮกกกกกกกก ขออะไรสาวน้อยอย่างนั้นค๊า XD

ลืมวันเกิดคุณฮิบะแล้วก็อย่าลืมวันเกิดมุคุล่ะนะคะ TwT!!

6996 !! จงเจริญ !!! confused smile
Ps. ที่ห้อยมือถือผมเปนรูป โครม ส่วน หน้าจอ เปนรูปมุคุโร่ละ confused smile
Ps2.ยังรักเหมือนเดิมงับ แต่ไม่ค่อยเขียนถึง question

#7 By Vichyasviel von Einzbern on 2008-05-11 18:43

โฮกกกกกกกกกก แต่งเก่งมากๆ!!!!!
มาต่อด๊วน!!!!!
ถึงแม้ว่าพี่จะไม่ใช่สาวกเรื่องนี้ก็เถอะ แต่ สนุกจ๊า
น่าร๊ากกกกกก

#8 By MAPLE (๐_0)(T3T) on 2008-05-11 22:34

ยังไม่ได้อ่านแต่มาสนับสนุนคู่นี้ด้วยงับ หุๆ~~~
ชอบๆๆๆ โคลมจังน่าร๊ากกกที่สุดดดด
6996ด้วยคน

#9 By dark_shochan as: [Kafuka Fuura] on 2008-05-11 22:44

/ต่อยผนังแก้เขิน
ตรูจะเขิลล์แทนน้องโคลมทำไมฟระ =[]=

"ไปได้แล้วล่ะ .... โคลมรออยู่" <<เรียกชื่อด้วยเว้ยยย >[]< ปกติพี่แกไม่เรียกฉายาก็ชื่อเต็มยศ แต่นี่มัน แค่ชื่อ!!! กร๊าซซซซซซซซ

สายตาเย็นชาที่มองมาแฝงความอบอุ่นอ่อนโยน<<me/ขยี้ตา อ่อนโยน...อ่-อ-น-โย-น โอร้ววว ฮิบารินสุดยอดดด /กัดเล็บ เก็บเสียงกรี๊ด

"ไม่ได้อยู่เพียงลำพังแล้วนะครับ โคลมยังคงมีเคน จิคุสะ แล้วก็ผม" me/ทำเสียงลอยเข้ากล้อง"ฮิบารินด้วย"cry

"..... ผมขอนอนหนุนตักได้ไหม?"<< กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด !!!! me/ตะกายผนัง วิ่งไปตะโกนหลังบ้าน 6996 บานซ๊ายยยยยยยยยย!!!!
>,,[],,</*

มัน...สุดยอด มันยอดม๊ากกกกกกกกก
โอ่ย เมนต์ไม่ออก เขินนนนน(จะเขินทำเกิบอะไรของเอ็งฟระsad smile)
ร๊ากกกก 6996 กรี๊ดดดดดดด (หลังจากหลงดง1896อยู่นาน กรั่กๆๆ)
สึนะนางเอ๊ก นางเอก ยอมเสียสละเพื่อคนร๊ากกกก เอาโล่ไปเลยยย

โคลมที่รักของผม << แอบคิดอยุ่ว่านี่จงใจพิมพ์ตกคำว่า"น่า"ไปรึเปล่า อิอิ ไม่จงใจชิมิ ไม่จงใจชิมิ?cry

รอเจ๊นานม๊ากกกกกก เห็นกันทีขอกอดหน่อย
/โดนถีบออกมา
แอบตกใจ เจ๊ไปทักที่บล็อก
"โดดกอดน้องสาว"
...น้องสาว
....น้องสาว
น้-อ-ง-ส-า-ว!!!
ปู่จีช่วยsad smile
พ้มกลายเป็นสาวไปแร้วววววววwink
/โหยหวน

#10 By -((666 Error))- on 2008-05-12 20:03

มี้ฮะ ผมคิดถึงมี้ T3T)+ ช่วงนี้ผมเองก็ตามชาวบ้านไม่ทันเหมือนกันฮะ เล่นๆหายๆ ฮือ Orz...
ฟิคขอต๊ะไว้อ่านท้าวความตอนเดิมก่อนนะฮะ เดี๋ยวผมมาคอมเมนต์ฟิคใหม่ TvT)/+

เลิฟๆฮะ มี้ๆ

#11 By 『KonekoRei』1859 Is Love♥ on 2008-05-12 21:02

6996 หกล้มแล้วกระดึ่บๆล้ม (มุขน่ะ) 6 คือ หก 9 คือ ก้าว - -" จะขำใหมหว่า เด๋วนี้หันมาเขียน นิยายแล้วเหรอ ยาวเชียว พี่อ่านมะหมดอ่าจ๊ะ จับใจความมะได้ ยิ่งหลังๆงานเยอะอยู่ อะไรๆก็ยาก คิดจะแวะไปหาก็ยากแล้ว - -" อิอิ แต่ก็แวะมาหานะจ๊ะ และขอบใจทุกครั้งที่มาคอมเม้นให้พี่เสมอจ้า ^.^ อย่าหายไปนานล่ะ
เกมส์ ตัวนี้พี่กะวาดเปงออริจินอลใส่ในงานคอมิกปราตี้ มะชอบเคเหรอ...

งั้นคิดชะว่าเปงเคโระแล้วกัน เง้อopen-mounthed smile sad smile (ล้อเล่นจ๊ะ)
ถ้าเป็นเเบบบนี้ อิชั้นก้อรับ 6996 ได้เค่อะ ถึงจะอดเสียดาย 6927 อยุก้อตาม

เเต่เเต่งได้น่ารักมากมายค่ะ 6996 LOVE~~~

#14 By Hikari_Ai ~ * on 2008-06-22 18:10