Fic KHR: Yume no Hana [ตอนที่ 2]
posted on 06 Mar 2008 21:40 by neiiComment From ผู้แต่ง .... (ก่อนเปิดประเด็น)
Fic KHR: Yume no Hana [ตอนที่ 1] <<<< ตอนที่ 1 จิ้มๆ >3<
ในที่สุดก็ตอนที่ 2 โผล่หางออกมาจากไห(สับปะรด)ดองแล้วสินะ!!
แต่ว่ามีเรื่องถามก่อน .... ใครได้กลิ่งหึ่งๆแถวนี้ม่างงงง!! =[]="
อยากจะบอกว่าเน่าโคตรรรรรรร!! ตรูว์แต่งไปได้เยี่ยงไร!! กรี๊ดดดดดดดดดด!!!
(แต่อ่านแล้วอินเว้ยยยย!! แต่งเองอ่านเอง เพราะไม่มีใครอ่าน 555+)
ชอบหลายๆประโยคที่แต่งไปมากๆเลยล่ะ มันออกมาจากไหนไม่รู้คำพูดเหล่านี้ =w="
รู้แค่ว่าจู่ๆมันก็ผุดขึ้นมาในหัว กร๊ากกกกก!!! XD
ถ้าสปอยตรงนี้หน่อยหนึ่งจะมีคนด่าไหมน้อๆๆๆ ...
ไม่รู้ล่ะนี่ Blog ตรูว์เฟร้ย!! จะสปอยฟิกตัวเองอ่ะมีไรมะยะ!! *[]*/
โดยส่วนตัวแล้วชอบตอนที่ 6996 อยู่ด้วยกันที่ซู้ดดดดด!!!
(ถึงแม้ว่าเวลาที่ทั้งสองจะอยู่ด้วยกันจะน้อยนิดก้อตาม TT[]TT)
โดยเฉพาะประโยคนี้!! อ๊ากกกก 69 แกจะรักน้องนางเกินไปแย้ววว!! >[]<
... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่เขาเริ่มเป็นกังวลกับร่างเล็กๆที่ต้องแบกรับหน้าที่ที่เขามอบหมายให้ ...
... ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่เขาเริ่มรู้สึกถึงภาระอันหนักอึ้งที่เธอต้องแบกรับไว้เพื่อเขา ...
... ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่เขาเริ่มรู้สึกว่า เธอเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่อาจขาดหายไปจากชีวิตนี้ได้ ...
... นั่นสิ ... มันเริ่มขึ้นเมื่อไหร่กันนะ ... คงเป็นตั้งแต่วินาทีแรก ที่เขาค้นพบและสบตาเข้าโดยบังเอิญกระมัง
มันพยายามเล่นประโยค + คำพูดเลยออกมาเน่าๆ 555+
แต่ว่าก้อมีประโยคของนังทูน่าที่แอบเก็บซ่อนความรู้สึกที่มีต่อ 18 ไว้
.... ไม่จำเป็นต้องเป็นครึ่งหนึ่งของเสี้ยวใจที่มอบให้ ... แต่ขอเป็นคนที่ให้หมดทั้งใจก็เพียงพอแล้ว ....
โฮวววว!! เอ็งช่างเปนราชินีเคะที่ประเสริฐที่สุดแล้วล่ะ!! TT[]TT
สู้ต่อไปนะเคะทูน่า เด่วเจ๊จะพยายามแต่งให้นัง 18 กดเอ็งให้ได้ (แทน96) ละกานน้า >3<
โอ๊ะๆๆ สปอยเล่นมากไปซะแล้ว 555+
พอเท่านี้ก่อนละกรานคร่า >3<
ใครอ่านแล้วว่าจะได๋?ชอบไม่ชอบ?เม้นบอกกันบ้างเด้อออ ~
==================================
(รูปประกอบฟิกเหียกๆ TT[]TT")
Pair : 6996(คู่หลักเปิดประเด็น) คุฟุฟุ
1827[or 96](คู่ไม่รู้ว่าจะลงเอยยังงัย XD)
8059(คู่ลูกเมียน้อย ตัวประกอบฟิก 555+)
10051 (อุ๊ย .... ไม่มี กร๊ากกกกก!! ลืม >3<
-------------------------------------------------------------------
Chapter 02 : In Your heart ... In Your Dream
ภายในห้องคนไข้เล็กๆในโรงพยาบาลอันเงียบสงัด
มีเพียงแต่เสียงเครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆมากมายอยู่รอบเตียงคนไข้
ร่างเล็กนอนนิ่งไม่ไหวติงเสมือนร่างวิญญาณไร้ลมหายใจ
ถ้าหากว่าไม่มีเครื่องมือทางการแพทย์ช่วยประคับประคองไว้ล่ะก็ ...
"ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ไปได้นะ ..." สึนะรำพึงเบาๆขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ร่างเล็กนั่งซึมอยู่บนโซฟาข้างเตียงคนไข้ โดยมีโกคุเทระยืนประกบอยู่ข้างๆราวกับบอดี้การ์ดไม่ยอมห่างไปไหน ถัดจากโกคุเทระก็เป็นยามาโมโตะ ซึ่งมีสีหน้าไม่ค่อยดีนักเช่นกัน
"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่น่ะ? ... ฮิบาริ" ยามาโมโตะเปิดฉากถามร่างที่ยืนอยู่ชิดเตียงคนไข้
"ไม่รู้ .... " เสียงที่ตอบกลับถึงแม้จะราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความหงุดหงิด เขาก้มมองร่างของเด็กสาวที่มีนามว่าโคลมด้วยสายตาที่ไม่สามารถอธิบายได้ สึนะแอบมองสายตาคู่นั้นด้วยความปวดใจ
"เจ้าบ้า 2 ตัวนั่น ก็ดันฉวยโอกาศหนีไปตอนไหนก็ไม่รู้!!" โกคุเทระกอดอกพูดอย่างฉุนเฉียวถึงศัตรูที่โดนฮิบาริซัดคว่ำแต่ดันพอมีแรงกระเสือกกระสนหนีตายไปได้
"ไว้ค่อยตรวจสอบทีหลัง ..... ความจริงเธอควรจะอยู่กับเจ้าสัตว์เลี้ยงทั้งสองตัวของมุคุโร่ไม่ใช่รึ?" ฮิบาริเงยหน้าสบตากับสึนะพอดี เด็กหนุ่มเลิกลั่กหลบตาก่อนตอบ
"อ่ะ .. เอ่อ .. หมายถึงคนที่ชื่อจิคุสะ กับเคน ใช่ไหมครับ"
"นั่นสิ ... จะว่าไปก็แปลก ความจริงเธอต้องอยู่กับสองคนนั้นนี่" ยามาโมโตะฉุกคิดขึ้นได้
"แล้วเจ้าสองตัวนั่นไปไหนล่ะ!!" โกคุเทระขู่ฟ่อใส่ยามาโมโตะ
"ใจเย็นซี่ เดี๋ยวเราค่อยสืบเรื่องนี้เอาทีหลังได้ ..." ร่างสูงถอนหายใจพลางยกมือขึ้นเป็นเชิงปราม
"ยังไงซะเรื่องนี้ ก็ปล่อยไว้ไม่ได้" ดวงตาสีนิลทอประกายวาบหนึ่ง สร้างความน่าขนลุกให้กับบุคคลที่เผลอไปสบตาเข้าโดยบังเอิญ หลังจากสร้างความรู้สึกคุกคาม(ชาวบ้าน)โดยไม่ได้ตั้งใจ ฮิบาริก็เดินฉับๆออกไปจากห้อง
สึนะรู้ัสึกร้าวรานแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนต่อท่าทางห่วงใยของฮิบาริที่มีต่อโคลม ..... ความหวั่นไหวเกิดขึ้นในหัวใจดวงเล็กๆ
"ยามาโมโตะ โกคุเทระคุง ... ชั้นขออยู่คนเดียวซักพักนะ แล้วจะตามไป"
ร่างเล็กกล่าวแล้วก้มหน้าลง ทั้งสองคนจึงทำได้แค่ผงกหัวก่อนเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ
หลังจากที่เสียงประตูห้องคนไข้ปิดลง ยามาโมโตะก็เอ่ยขึ้นช้าๆ
"สึนะซึมไปเลยนะ" ร่างสูงกล่าวพร้อมถอนใจ
"คงเพราะฮิบาริล่ะมั้ง ...." โกคุเทระถอนใจตาม ภายในอกรู้สึกหนักอึ้ง หลังจากที่เขาได้เห็นใบหน้าแสนเจ็บปวดของรุ่นที่ 10 ความเศร้าที่ถาโถมเข้าใส่เขาราวกับความรู้สึกนั้นเชื่อมถึงกัน เด็กหนุ่มเหลือบมองร่างสูงที่ยืนเคียงข้างกัน พลางนึกในใจ
ถ้าหากว่าความรู้สึก ที่ส่งไปไม่ถึงคนที่เราคาดหวังจะให้ตอบรับ ...
ถ้าหากว่าความรู้สึก ที่ส่งไปแล้วนั้นไม่ได้รับการสนองตอบกลับ ...
ถ้าหากว่าความรู้สึก ที่แท้จริงของคนๆนั้นซับซ้อนและไม่อาจล่วงรู้ได้ ...
นั่นคงเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์เจ็บปวดใจที่สุด ... (ตราบเท่าที่เรายังมีหัวใจ)
===============================
ในม่านหมอกแห่งความมืด ร่างเล็กค่อยๆก้าวเท้าอย่างเชื่องช้า ชุดคนไข้สีขาวลอยเด่นอยู่ท่ามกลางหมอกสลัว
..... ความเจ็บปวดที่เคยรู้สึกกลับมลายหายไปอย่างปลิดทิ้ง
"ขอโทษนะครับ .... โคลมที่น่ารักของผม" เสียงนุ่มคุ้นหูดังแว่วมาจากด้านหลัง เด็กสาวหันกลับไปก็พบแต่เงาลางๆท่ามกลางม่านหมอก ถึงแม้ว่าจะไม่เห็นหน้าถนัดนัก แต่เธอก็รู้ดีว่าเงาลางๆและโทนเสียงที่อบอุ่นนั่นเป็นของใคร
"ไม่มีอะไรต้องขอโทษนี่คะ ท่านมุคุโร่" โคลมส่ายหัวช้าๆพลางยิ้มอ่อนโยน เธอไม่คิดจะเดินเข้าหาร่างสูงคุ้นตานั้น เพียงแต่ทิ้งระยะห่างของกันและกันไว้
... ถ้าหากคนๆนั้นจะเข้ามาหา .... เขาจะก้าวออกมาหาเธอเอง
"ไม่เจ็บแล้วสินะครับ?" มุคุโร่ขยับตัว ก้าวขาออกมาจากม่านหมอก เดินตรงมายังเด็กสาว ดวงตาสองสีทอประกาย ... ไม่รู้ว่าเป็นประกายแห่งความพิโรธหรือประกายแห่งความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้นอยู่ในหลืบที่ลึกที่สุดของจิตใจ
"ไม่เลยค่ะท่านมุคุโร่ " โคลมยังคงยิ้มและหน้าแดงนิดๆตามแบบที่เธอเป็นอยู่เสมอมา แต่นั่นก็ยิ่งทำให้มุคุโร่รู้สึก ... เจ็บ ทั้งที่เมื่อก่อน เขาคิดว่าเธอเป็นเพียงแค่เครื่องมือ เป็นเหมือนหุ่นเชิดที่ได้เขาคอยชักใยบงการอยู่เบื้องหลัง แต่ในเวลานี้...
"คงอีกหลายวัน กว่าร่างของคุณจะหาย ... อย่าเพิ่งฝืนตัวเองนะครับ ผมคงช่วยอะไรไม่ได้มาก ..." ดวงตาสองสีมองตรงมาร่างเบื้องหน้าอย่างกังวล
"ไม่หรอกค่ะ .... ถ้าเพื่อท่าน จะเจ็บมากแค่ไหน ชั้นก็ทนได้ ..." เด็กสาวตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง
ชายหนุ่มตรงเข้ากอดร่างเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่เขาเริ่มเป็นกังวลกับร่างเล็กๆที่ต้องแบกรับหน้าที่ที่เขามอบหมายให้ ...
... ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่เขาเริ่มรู้สึกถึงภาระอันหนักอึ้งที่เธอต้องแบกรับไว้เพื่อเขา ...
... ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่เขาเริ่มรู้สึกว่า เธอเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่อาจขาดหายไปจากชีวิตนี้ได้ ...
... นั่นสิ ... มันเริ่มขึ้นเมื่อไหร่กันนะ ... คงเป็นตั้งแต่วินาทีแรก ที่เขาค้นพบและสบตาเข้าโดยบังเอิญกระมัง
"นี่คงเป็นสิ่งที่เรียกว่า ... ความรู้สึกห่วงใย สินะครับ" มุคุโร่เค่นยิ้มให้กับตัวเอง
บุคคลที่เคยเอ่ยว่าเกลียดชังโลก เกลียดชังสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ทุกคน เกลียดชังโลกใบนี้ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ......... แต่กลับ มีสิ่งที่ตัวเองอยากปกป้องไว้ด้วยสองมือและกำลังของตัวเอง
กว่าจะรู้ .... ก็เกือบจะสายเกินไป
"ท่านมุคุโร่??" โคลมไม่รู้ว่าบุคคลที่เธอเทิดทูนและบูชาคนนี้เกิดอะไรขึ้น ถึงได้รู้สึกถึงความเศร้าสร้อยได้ขนาดนี้ แต่เธอรู้ว่าสิ่งที่เธอทำได้ในขณะนี้เพื่อให้เขาสบายใจคืออยู่นิ่งๆในอ้อมกอดแสนอบอุ่นของเขา เด็กสาวยกมือขึ้นโอบหลังชายหนุ่มหลวมๆ
"น่าตลกนะครับ ... คนที่เกลียดชังโลกและทุกสิ่งบนโลกนี้แบบผม กลับมารู้สึกอย่างนี้ได้ ..." ชายหนุ่มหลับตาลง กอดร่างเล็กแน่นกว่าเดิม ก้มลงเอาหน้าแนบชิดผมนุ่มสั้นสลวย
"ชั้นจะยังคงเคียงข้างท่านเรื่อยไปค่ะ จนกว่าจะถึง....วันที่ลมหายใจสุดท้ายนี้จะหมดลง" โคลมกระซิบแผ่วหวังเพียงให้บุคคลที่เธอเทิดทูนคนนี้รับฟังถ้อยคำนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น
"เพื่อผมสินะครับ ... คำพูดที่คุณพร่ำพูดอยู่เสมอ"
"ค่ะ ...."
หลังจากที่ได้ยินเสียงใสตอบกลับมาเช่นนั้น ร่างสูงกระตุกยิ้มอย่างยินดี ดวงตาสองสีทอประกายด้วยความปิติ
ชายหนุ่มค่อยๆปล่อยมือที่สวมกอดร่างเล็กอย่างเชื่องช้า เด็กสาวเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาราวกับเทิดทูนคนเบื้องหน้ายิ่งกว่าชีวิตตน ...... เป็นสายตาที่ไม่ีว่าใครได้เห็นก็อดที่จะอิจฉาฝ่ายตรงข้ามไม่ได้
"อย่าฝืนให้มากนะครับ ...."
"ท่านมุคุโร่ก็เช่นกันค่ะ" โคลมยิ้มน้อยๆตอบกลับ ก่อนภาพบุคคลเบื้องหน้าจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็วราวกับฝูงนกกระพือปีกบินหายลับขอบฟ้า
คงเหลือแต่ความรู้สึกอันอบอุ่นจากอ้อมกอดของชายที่เป็นดั่งหมอกมายา ......
ถึงแม้จะเป็นความอบอุ่นที่ก่อร่างสร้างขึ้นจากภาพลวงตาก็ตามที
================================
ในโถงทางเดินโรงพยาบาล ยามาโมโตะเดินเคียงมากับโกคุเทระ
เสียงฝีเท้าสะท้อนก้องในอากาศรอบด้านปราศจากผู้คน ราวกับเป็นโรงพยาบาลร้าง ...
ใบหน้าคมสันที่แฝงด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี บัดนี้มีแต่สีหน้าเคร่งเครียด
ร่างเล็กที่อยู่ด้านข้างก็มีสีหน้าไม่ต่างไปจากกันเท่าไหร่นัก (หรืออาจจะออกอาการ รมณ์บ่จอย มากกว่าด้วยซ้ำ)
"ไม่รู้ว่าฮิบาริเกณฑ์พวกลูกไล่ไปตามหาสองคนนั้นแล้วรึยังนะ" โกคุเทระบ่นงึมงัมด้วยความโมโห
"ไม่รู้สินะ ... แต่ว่า พวกเราเองก็ช่วยออกตามหาสองคนนั้นด้วยดีกว่า"
"นี่ ... ยามาโมโตะ" จู่ๆโกคุเทระก็หยุดเดินขึ้นมาเฉยๆก้มหน้างุด เสียงเรียกก็อ้อนแผ่วเหมือนลูกแมวที่ไปทำความผิดที่ไหนมา
"เห? มีอะไรเหรอ?" ร่างสูงเอี้ยวตัวหันกลับพลางเอียงคอด้วยความสงสัยในท่าทางแปลกๆของฝ่ายตรงข้าม
"ถ ... ถ้าหากว่า ... ชั้นเป็นเหมือนอย่างเด็กผู้หญิงคนนั้น ... นาย .. จะเป็นห่วงชั้นบ้างไหม"
"...... เป็นอะไรไปน่ะโกคุเทระ?" ร่างสูงเลิกคิ้วสงสัย
"ตอบมาเถอะน่า!!" โกคุเทระขึ้นเสียงสูงคาดคั้นเอาคำตอบ ยามาโมโตะถอนหายใจก่อนเดินเข้าไปใกล้
".......... ไม่"
คำตอบจากยามาโมโตะทำเอาร่างเล็กแทบทรุดลงไปนั่งกับพื้น ... แต่ทว่า ... เสียงทุ้มกลับกล่าวต่อไป
"เพราะนายจะไม่มีวันเป็นอย่างนั้นเด็จขาด ... ตราบเท่าที่มีชั้นอยู่เคียงข้าง"
คำพูดถัดมาต่อจากนั้นก็สร้างความปิติยินดีให้กับผู้ตั้งคำถามยิ่งกว่าคำพูดใดในโลก โกคุเทระเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาสีเทาขุ่นทั้งสองข้างเต็มไปด้วยน้ำตาที่เอ่อท้นปริ่มจนแทบไหล
"ย .... ยามาโมโตะ" น้ำเสียงเด็กหนุ่มสั่นเครือ
"...... ชั้นไม่เคยคิดจะทอดทิ้งนายเลยนะ ไม่ว่าจากวันแรกที่พบกัน จากนี้ พรุ่งนี้ หรือตลอดไป" น้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่คงมั่นสะท้อนก้องกังวาล เฉกเช่นเดียวกับสายตามั่นคง ...
สายตาที่จ้องตรงมายังร่างเบื้องหน้า สายตาที่เหมือนกับจะปฏิญาณว่าต่อให้เกิดอะไรขึ้น ก็จะไม่มีวันทรยศหรือไปจากคนๆนี้เด็จขาด
"ขอบใจนะ ... ยามาโมโตะ" โกคุเทระเอนตัวลงซบบ่ายามาโมโตะ "อยู่อย่างนี้โดนไม่ต้องพูดอะไรซักแปบนะ ...."
ร่างสูงยิ้มอ่อนโยน ..... *เหมือนลูกแมวตัวน้อยๆกำลังอ้อนเลยนะ* ยามาโมโตะคิดในใจพร้อมกับอมยิ้มอย่างมีความสุข
..... ความจริงจะอยู่อย่างนี้ตลอดไปก็ไม่ว่ากันหรอกนะ ... โกคุเทระของชั้น ....
================================
23.18 น. (5 ทุ่ม 18 นาที)
สึนะจมลงอยู่ในความคิดของตนเองเพียงลำพังในห้องคนไข้ เขาเหลือบมองร่างเด็กสาวที่ไร้สติบนเตียงสีขาวหลายต่อหลายครั้ง เสียงเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์หลายชนิดดังต่อเนื่องช่วยฉุดรั้งให้ร่างเล็กบอบบางยังคงทรงตัวอยู่ได้
.... หรือว่าอาจเป็นเพราะ ผู้ชายคนนั้น กำลังช่วยเธอคนนี้อยู่อีกด้านของความมืดหรือเปล่านะ? เด็กหนุ่มคิดในใจ
จะไม่ให้อิจฉาโคลมได้อย่างไรกัน .... เพราะไม่ว่าจะฝั่งแห่งความฝันมายาหรือฝั่งขอบฟ้าของความเป็นจริง เธอก็มีคนที่พร้อมจะปกป้องอยู่เสมอ .... จะคุณมุคุโร่หรือคุณฮิบาริต่างก็เป็นห่วงโคลมกันทั้งนั้น ...
แค่นึกเพียงเท่านี้ก็ทำให้สึนะเจ็บไปทั้งอก
แต่ถึงกระนั้น .... ไม่ว่าคุณฮิบาริจะตัดสินใจเลือกใคร เขาก็ตัดสินใจแล้วว่า จะขอเพียงแค่ได้อยู่ใกล้คนๆนั้น เพียงแค่นั้นก็พอ .....
.... ไม่จำเป็นต้องเป็นครึ่งหนึ่งของเสี้ยวใจที่มอบให้ ... แต่ขอเป็นคนที่ให้หมดทั้งใจก็เพียงพอแล้ว ....
ในที่สุดสึนะก็ตัดสินใจได้ เขาสลัดความรู้สึกลังเลทิ้งไป สิ่งแรกที่จะต้องทำในตอนนี้ก็คือช่วยคุณฮิบาริตามหา เคนกับจิคุสะ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ... ร่างเล็กลุกขึ้นยืน
"อดทนไว้นะโคลม ... จะต้องเจอเคนกับจิคุสะแน่ๆ" เขากล่าวอย่างหนักแน่นเหมือนกับให้คำมั่นสัญญา ก่อนที่จะพาร่างออกไปจากห้อง
===========================
ทางด้านฮิบาริที่กำลังหัวเสีย(แต่ไม่แสดงออกทางสีหน้า) ก็กำลังระดมพลเหล่ากรรมการรักษาระเบียบมินาโมริกันให้ขวั่ก
"ตามหาให้เจอภายในคืนนี้ ... ไม่งั้น ... ตาย!!"
สิ้นสุดคำสั่งเหล่าลูกไล่ของฮิบาริก็แตกฮือออกเป็นสายเหมือนผึ้งแตกรัง ทั้งหมดล้วนมีอยู่จุดประสงค์เดียว ... คือ ตามหาตัวเคนกับจิคุสะที่หายไป
"เขียวขจี มิ๊ ~นาโมริ จิ๊บๆ ~ " เสียงใสๆของนก(ฮัมมิ่งเบิร์ด?)ฮัมเพลงขึ้นหลังกจากฮิบาริอยู่ลำพังคนเดียว
"ฮิเบิร์ด ...." ฮิบาริร้องเรียกนก(แสนรัก?)สีเหลืองขนปุย(ที่ท่าทางไม่เหมือนนกซักกะติ๊ด =w=")ที่ร้องเพลงโรงเรียนมินาโมริอย่างร่าเริงบนต้นไม้ใกล้ๆ (....ไม่เข้ากับสถานการณ์มาคุแถวนี้เรยนะยะ!! =[]=")
"ฮิ ~ บา ~ รี๊ ~" เจ้านกตัวจ้อยร้องเสียงใสบินร่อนถลาลงจากกิ่งไม้ แล้วร่อนเฉี่ยวลงบนไหล่ของฮิบาริอย่างนิ่มนวล(น่าตบสลบด้วยความอิจฉาแฮะ =w=")
"ดึกป่านนี้ ทำไมไม่หลับไม่นอน ....." เด็กหนุ่มยกมือเรียวขึ้นลูบขนฟูฟ่อง เจ้าตัวจ้อยห่อตัวอย่างดีใจปล่อยให้ฮิบาริลูบขนมันไปมาโดยที่ไม่ตอบอะไร
"กลับไปนอนได้แล้วล่ะ ชั้นมีหน้าที่ที่จะต้องทำ" เขากล่าวเบาๆก่อนจะละมือออกจากขนปุกปุย ฮิเบิร์ดยังคงสงบนิ่งอยู่บนไหล่ และไม่มีทีท่าว่าจะขยับไปจากตรงนั้น
"แล้วแต่ละกันนะ อยากจะอยู่ตรงนั้นก็อยู่ไป ...." ฮิบาริกล่าวเสียงเรียบมองลงมาที่ไหล่ก่อนจะรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับฮิเบิร์ด .....
เจ้านกตัวจ้อยเงยหน้ามองเด็กหนุ่ม .... ปากน้อยๆของมันขยับอีกครั้ง ...แต่ทว่าน้ำเสียงที่กล่าวออกมานั้น ....
"ฮิ ... บา ... ริ" เสียงนุ่มทุ้มดังออกมาจากปากของเจ้านกตัวน้อย เสียงอันคุ้นเคยที่ฮิบาริเคยได้ยินมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง เสียงที่ไม่ใช่ของฮิเบิร์ด ... เสียงที่ทำให้เขารู้สึกเลือดขึ้นหน้าทุกครั้งที่ได้ยิน ... เสียงนั่น ...
"มุคุโร่!?!" ฮิบาริพึ่งสังเกตเห็นดวงตาคู่ใส ที่ข้างหนึ่งชโลมไปด้วยสีแดงฉาน เขายกทอนฟาขึ้นโดยสัณชาตญาณ
"คุฟุฟุ ... ใช่แล้วครับ" ฮิเบิร์ด(ที่ถูกมุคุโร่สิง)กางปีกออกอย่างฉับไว(ก่อนที่จะถูกฮิบาริตะปบตาย =w=") นกตัวจ้อยกระพือปีกอย่างอ้อยอิ่งก่อนจะหยุดลงบนขอบพนักพิงของเก้าอี้ม้านั่งที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลไปจากที่ฮิบาริยืนอยู่
"ยังไม่ตายเรอะ?" ฮิบาริเปิดฉากถามด้วยน้ำเสียงที่เดาออกได้ทันทีว่าอยากจะชำระความกับคน?เบื้องหน้ามากแค่ไหน
"ยังหรอกครับ ... กับแค่การถูกจองจำในคุกน้ำ มันไม่สามารถฆ่าคนอย่างผมได้หรอก" มุคุโร่ที่สิงร่างฮิเบิร์ดตอบกลับด้วยเสียงร่าเริง(กึ่งยียวน) ก่อนที่จะสุมไฟแค้นให้ฮิบาริมากไปกว่านี้ มุคุโร่ก็กล่าวขึ้นดักหน้า .......
"เคนกับจิคุสะปลอดภัยดีครับ .... แต่ผมคงยังให้พวกเขาออกไปจากที่ซ่อนตอนนี้ไม่ได้"
ฮิบาริลดทอนฟาในมือทั้งสองข้างลง ขมวดคิ้ว ....
"ทำไมถึงรู้ ......"
"คึหึหึ ไม่อาจบอกได้หรอกครับ"
"แก!?!"
"น่าๆ อย่าเพิ่งใจร้อนครับ เรายังมีเรื่องต้องคุยกับอีกเยอะ .... ในคืนนี้"
"ชั้นไม่มีอะไรจะต้องคุยกับแก ..." ฮิบาริพูดตัดเยื่อใยทันที
"...... ผมขอฝากคนของผมไว้ที่คุณสักพักนะครับ" มุคุโร่กล่าวเสียงจริงจัง (หลังยียวนฮิบาริมาได้พักใหญ่) ฮิบาริรู้สึกแปลกใจในสิ่งที่มุคุโร่พูดออกมา และรู้ได้ทันทีว่าหมายถึงใคร
"เด็กคนนั้นมีค่าและมีความหมายกับแกมากสินะ ... ?" เด็กหนุ่มถามกลับ แต่คำตอบที่ได้รับกลับมานั้น ....
"คึหึหึ ... ไม่มีค่าหรอกครับ"
"......." ฮิบารินิ่งเงียบอย่างสงสัย เขาขมวดคิ้วอย่างฉงนกับคำพูดที่ร่างสูงตอบกลับ แต่แล้วคำพูดต่อมาก็ทำให้เขาเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง ...
"... เพราะเธอคนนั้น ตีราคาไม่ได้ ..." มุคุโร่กล่าวพร้อมกับเว้นวักช่วงหนึ่ง ".... ไม่มีความหมาย เพราะเธอเป็นยิ่งกว่าสิ่งสำคัญ"
"นี่คือสิ่งที่นายต้องการจะปกป้องไว้งั้นรึ?" ฮิบาริหลับตาลงอย่างใคร่ครวญ ก่อนลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาสีนิลทอประกายวาว
"บอกแค่นั้นคุณน่าจะเข้าใจแล้วนะครับ ...." มุคุโร่ในร่างฮิเบิร์ดกล่าวต่อด้วยเสียงนุ่มลึกกึ่งยียวนแบบเดิมอีกครั้ง
"ชั้นไม่ใช่พวกสัตว์กินพืชอย่ามายียวนชั้น ตอบมาแค่ว่า ..ใช่หรือไม่ใช่ก็พอ ..."
มุคุโร่อึ้งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนตอบกลับ ... "ใช่ครับ"
"หึ ... จะช่วยรับฝากไว้ก็ได้ แต่ค่ารับฝากมันแพงนะ" ฮิบาริยิ้มมุมปากพลางยกทอนฟาขึ้น
"คึหึหึ ไว้คราวหน้าละกันครับ ยังไงก็ขอบคุณมาก แต่ว่า .... อยากได้อะไรเป็นของฝากจากก้นบึ้งนรกที่ผมอยู่นี้ไหมล่ะครับ?"
"ไม่มี ... แค่ไสหัวไปจากตรงนี้ก็พอ"
"แหมๆ ก็ได้ครับ ไว้ค่อยเจอกันใหม่ .... อีกครั้ง "
หลังจากที่มุคุโร่(ในร่างฮิเบิร์ด)ไปแล้ว ฮิบาริก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า .... ท้องฟ้าที่สว่างกระจ่างใสด้วยแสงจันทร์และแสงดาว
.... ไม่มีค่า เพราะไม่สามารถตีราคาได้
.... ไม่มีความหมาย เพราะเป็นยิ่งกว่าสิ่งสำคัญ
เด็กหนุ่มคิดไตร่ตรองคำพูดเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมา
นี่เรอะ ... คำพูดที่ออกมาจากปากของปิศาจที่เห็นโลกเป็นสิ่งไร้ค่า
เห็นสิ่งมีชีวิตในสายตาเป็นขยะไร้ความหมาย ... สุดท้ายก็ยังมีสิ่งที่ตัวเองคอยปกป้องไว้
==================================
ในม่านหมอกมายา ในความฝันที่เสมือนจะไร้จุดจบ เด็กสาวในชุดพยาบาลสีขาวนั่งอยู่เพียงลำพังข้างสระดอกบัว(ทำไมต้องดอกบัว =3=) ที่มีดอกบัวมากมายหลากหลายชนิดแย่งกันออกดอกหลากสีให้เด็กสาวชื่นชม ร่างบางเอื้อมมือเรียวเด็ดดอกบัวสีม่วง (ทำไมต้องสีม่วงหว่า >3<)ที่อยู่ใกล้มือมากที่สุดมาชมใกล้ๆ
"ชอบดอกนั้นหรือครับ?" โทนเสียงอบอุ่นกล่าวก่อนร่างสูงโปร่งจะนั่งลงเคียงข้าง
"ท่านมุคุโร่? ใช่ค่ะ สีม่วงครามที่คล้ายดวงตาของท่าน" โคลมหันมามองร่างคุ้นตาก่อนกล่าวเสียงใส
"งั้นสีแดงดอกโน้นก็คล้ายดวงตาต้องสาปของผมอีกข้างสินะครับ" มุคุโร่ชี้ไปกลางบึง เด็กสาวมองตามก่อนกล่าว ...
"สวยออกค่ะ" ร่างเล็กยิ้มน้อยๆก่อนกล่าวต่อ "สำหรับชั้นแล้ว ดวงตาสีแดงของท่านเหมือนดวงตะวันที่ฉายแสงอันอบอุ่นจากฟากฟ้าลงมาพื้นโลก"
"ดวงตะวัน?" มุคุโร่ทวนคำ เด็กสาวยังคงกล่าวต่อไป
"ส่วนดวงตาสีม่วงครามอีกข้างของท่านก็เหมือนกับท้องฟ้าที่ทอประกายกับท้องทะเลอันกว้างใหญ่ .... งดงาม และก็อ่อนโยนมากเลยล่ะค่ะ"
มุคุโร่อึ้งไปพักใหญ่ก่อนถอนใจพร้อมรอยยิ้มจางๆบนใบหน้า
"คงจะไม่มีใครอีกแล้วล่ะครับบนโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้ ... ที่จะกล่าวประโยคเหล่านี้กับผม"
"มีสิคะ ทั้งเคนและก็จิคุสะ ต่างก็คิดเหมือนกันกับชั้น .... ตั้งแต่แรกที่พบท่าน ชั้นก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่คิดว่าดวงตาของท่านต้องสาปหรือน่าชัง แต่กลับคิดว่าเป็นดวงตาคู่งามที่คงไม่มีทางค้นพบได้อีกแล้วบนโลกใบนี้ต่างหากค่ะ" น้ำเสียงแสนสดใสของเด็กสาวบวกกับคำพูดอันแสนอัศจรรย์เพียงเท่านั้นก็ทำให้มุคุโร่รู้สึกพึงพอใจยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดแล้ว
แม้ร่างกายจะถูกจองจำ ... แม้แขนขาจะถูกตรึงตรา ...
แต่ทว่า ... คงไม่อาจกักขังวิญญาณและหัวใจดวงนี้ได้ ...
หากว่าสามารถออกไปจากคุกน้ำนี้ได้ ... จะใช้สองแขนนี้แหล่ะโอบกอดคนตรงหน้าไว้
จนกว่าวันนั้นจะมาถึง ... ชั้นจะขอปกป้องเธอคนนี้ด้วยดวงวิญญาณที่เต็มไปด้วยตราบาปนี้เอง
"ท่านมุคุโร่คะ? เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?" โคลมเอียงคอถาม เด็กสาวรู้สึกแปลกใจที่จู่ๆชายหนุ่มเงียบเสียงลง
".... ปล่าวหรอกครับ ผมแค่คิดอะไรอยู่น่ะ"
"คิด? เรื่องอะไรหรือคะ?"
"อนาคตต่อจากนี้น่ะครับ ...."
"อนาคต?"
"...... อนาคตของเราน่ะครับ" มุคุโร่ยกมือเรียวขึ้นลูบแก้มโคลมเบาๆด้วยความเอ็นดู "โคลมเคยบอกผมไม่ใช่หรือครับ ว่าไม่ว่าผม เคน หรือจิคุสะ ต่างก็มีอนาคตเหมือนกัน"
"ใช่ค่ะ ... ชั้นเชื่อว่าทุกๆคนยังคงมีอนาคต รออยู่ข้างหน้า ถึงแม้ว่าจำต้องเดินอยู่เพียงลำพัง"
"แต่ว่า .... ผมไม่คิดอย่างนั้นหรอกนะครับ"
"เอ๋???"
มุคุโร่คลี่ยิ้มบางให้เด็กสาว ... เขาค่อยๆยกมือทั้งสองข้างขึ้นโอบร่างบางชั่วอึดใจก่อนปล่อยออกแล้วลุกขึ้นยืน
(ผมคงไม่สามารถเดินอยู่เพียงลำพังได้ ถ้าไม่มีคุณเดินอยู่เคียงข้าง ....)
"............ ผมคงต้องไปแล้วล่ะครับ โคลมที่น่ารักของผม"
"ค่ะ ... " เด็กสาวเงยหน้ามองพลางรับคำเศร้าๆ
"ไม่ต้องเสียใจหรอกครับ ... เพราะไม่ว่าที่ไหน เมื่อไหร่ ผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ" มุคุโร่ยิ้มให้โคลมอีกครั้งก่อนเดินหายเข้าไปในม่านหมอก เด็กสาวมองตามร่างสูงโปร่งจนลับสายตา
"..... ค่ะท่านมุคุโร่ .... ไม่ว่าที่ไหน เมื่อไหร่ ชั้นก็จะอยู่ข้างคุณเสมอเช่นกัน"
โคลมยกมือขึ้นประสานพลางอธิษฐาน
ไม่รู้ว่าพระเจ้าจะยังคงฟังคำขอ ของผู้หญิงที่แสนไร้ค่าคนนี้หรือเปล่านะคะ
แต่ชั้นก็ยังอยากจะขอ ... เพื่อคนหนึ่งคน ... คนที่ชั้นให้ความสำคัญยิ่งกว่าใครๆ
ความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวของชั้น ... ตั้งแต่วันที่พบคนๆนั้น ...
............. เพียงแค่ขอให้คนๆนั้นมี "ความสุข"
แม้ต้องแลกด้วยการที่ชั้นจะต้องอยู่ในคุกน้ำที่ทุกข์ทรมาณยิ่งกว่าก้นบึ้งของนรก ... ชั้นก็ยินยอม
===============================
ใครเอาไปไว้ไหนขอเครดิตมั่งเด้อ ~
คนเค้าอุตส่าห์ดอง เอ้ย!! แต่งค้างไว้!! (แนวๆดองเค็ม =w=")
===============================
แล้วก้อมีข่าว(ร้าย)จะแจ้งให้ทราบนะคร้า!!
คือว่า เนจังจะขอปิด Blog(ถาวร)ชั่วคราวน่ะค่ะ
เนื่องด้วยว่า ...
คนที่เข้ามาใน Blog บ่อยๆและคนที่ค่อนข้างสนิทกับเนจังก้อจะรู้ว่า
ตอนนี้เนจังจบแล้วก้อทำงานแร้ว =w=
แล้วตอนนี้งานที่อยู่คนไม่พอที่สาขา "เพชรบุรี" ที่เปิดใหม่
ดังนั้นวันที่ 24 มีนาคมนี้ เจ้านายของเนจังก้อเรยให้ไปประจำ(ชั่วคราว) 3 เดือน
สรุปง่ายๆก้อ ไม่รู้ว่าแถวนั้นมีร้านเนทหรือเปล่า TTwTT
ไม่รู้ด้วยว่าที่สาขานั้นเป็นอย่างไร
แต่สรุปได้ง่ายๆเรยว่าคงไม่มีโอกาศได้มานั่งอัฟ Blog อีกแล้ว
(ถ้าเจอร้านเนทแถวนั้นก้อคงได้อัฟล่ะนะ แต่ก้อไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าที่โน่นเป็นงัยมีหรือไม่มี)
ดังนั้นก้อเรยมาบอกกล่าวก่อนล่ะค่า ว่าคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว TT[]TT
จนกว่าจะผ่านพ้น 3 เดือนแล้วเค้าเรียกตัวกลับมาสาขาเดิม!!
โฮวววววววววววววววววว!! คิดถึง Exteen คิดถึงลูก!!! คิดถึงทุกคน!!
ไปอยู่เพชรคงคิดถึงบ้านนน!!! คิดถึงเนท!!
(ขนเอาตูนกะเพลงไปฟังเดกั่ว =3=)
แต่ว่า .... ถึงตัวจะไม่อยู่ เนจังเองก้อจะให้เพื่อนเข้า exteen ดูเม้นให้นะเคอะ
ดังนั้น หากว่าใครมีอะไรเม้นทิ้งไว้จ้า เด่วให้เพื่อนมาดู แล้วให้เค้าโทรไปรายงานเจ๊ >3
ส่วนถ้าใคร(หรือลูกๆ)มีปัญญาที่จะคุยเร่งด่วน โทรมาเบอร์นี้ละกานจ้า
089-55114_ _ (เลขสองตัวหลังมีคำใบ้อยู่ที่รูปตรงส่วน Link อันบนสุด...คุฟุฟุ)
ดังนั้น .... วันนี้ก็ขอกล่าวคำอำลา(แต่ไม่ลาตลอดไป)
ซาโยนาระ!! TT[]TT/
6996 เลิฟยูวววววว!! <<< ไม่เกี่ยวโว้ย!! =[]=
edit @ 5 Apr 2008 22:53:48 by [=NEII=] : 1 ในผู้สนับสนุนให้ รีบอร์น วายอย่างเป็นทางการ








♪ ช่วง In love ท่านฮิรุม่าค่ะ ♥ ท่านฮิรุม่าสุดเท่ห์คร่า >w<




อ่านรักค่อดจะรักนุ้งโคลม
แต่งได้ สุดยอดมากคะ ~~~ >3<~
ยามะ โกคุ หวานเกิ๊นนนน!! 555+
ท่านฮิ ~~ >////< โอกกกก!! [ตะโกนไม่
เป็นภาษา]
ถึง เนซัง จะไม่อยู่แต่ใจ 6996 เราจะสื่อถึงกัน XD
[เกี่ยวไม่วะ !!!]
#1 By :::RiRiNa::: เพ้อถึง นาโอโตะคุง on 2008-03-22 21:48